วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

เห็นหรือยังเครื่องยนต์รีโทรวอน

พูดถึงเรื่องเครื่องยนต์ของรถยนต์ ทุกค่ายต่างก็ต้องมีการพัฒนายกระดับความแรงและเพิ่มสมรรถนะของเครื่งอยนต์ให้มากขึ้นเรื่อยๆเพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภค และทางทาทา มอเตอร์ส ก็ไม่พลาดที่จะใช้เป็นเวทีในการ เปิดตัวเครื่องยนต์ "รีโวทรอน" ในงาน ออโต้ เอ๊กซ์โป 2014 ที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ซึ่งเครื่งอยนต์รุ่นใหม่นี้ที่จะใช้เป็นเครื่องยนต์ของรถทาทาในอนาคตอีกด้วย ซึ่งทางทาทา มอเตอร์ได้ให้ความสำคัญกับการใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กแต่ให้สมรรถนะสูง เพื่อเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะใช้ทำตลาด อีกทั้งตัวเครื่นี้ยังประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้นอีกด้วย 

จุดเด่นของเครื่องยนต์ รีโทรวอนอยู่ที่การถูกทดสอบระดับโลก โดยทีเอ็นเนอร์ยี จากประเทศเกาหลี ทั้งรื่องของระบบเผาไหม้ กำลังอัด การลดแรงเสียดทาน ทำให้เป็นเครื่องยนต์ที่มีมารตฐาน ซึ่งเครื่องยนต์นี้ถูกออกแบบมาทั้งแบบ สูบและ สูบ มาพร้อมกับใช้ระบบหัวฉีดแบบมัลติพอยต์ MPFT (multi-point fuel injected) ซึ่งการทำงานคู่กับหัวฉีดแบบนี้มีข้อดีคือ เป็นการฉีดที่เกิดจากการฉีดหลายตำแหน่ง ซึ่งจะทำให้ฝอยละอองวิ่งผ่านลิ้นไอดีเข้าสู่ห้องเผาไหม้ในสภาพเป็นฝอยละอองได้มากกว่าระบบ Single Point  เมื่อผสมกับอากาศเกิดเป็นเชื้อปะทุ ทำให้มีการเผาไหม้ได้ดีมากขึ้น จึงประหยัดเชื้อเพลิงได้ดีกว่าเครื่องรุ่นเดิม แลในอนาคตเราจะเห็นเครื่องยนต์รุ่นนี้ถูกนำไปวางกับรถทาทารุ่นฟัลคอนเพื่อเป็นตัวต้นแบบในอนาคตอีกด้วย หากใครจะทดสอบว่าระบบนี้ทำงานดีดีขนาดไหนคงต้องรอพิสูจน์กันเร็วๆนี้ 

วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ตัวเป็นๆ เชฟโรเลต โคโลราโด สุดยอดรถกระบะ

วันนี้ได้ถือฤกษ์งามยามดีนำเสนอเรื่องของสุดยอดรถกระบะที่มีสมรรถนะดีเยี่ยม แข็งแกร่งระดับโลก ซึ่งตอนนี้มาแรงแซงทางโค้ง เหมาะกับผู้ที่ใช้งานแบบสมบุกสมบัน ลุยไปทุกสถานที่ นึกออกแล้วใช่ไหมว่าตอนนี้กำลังพูดถึงเชฟโรเลต โคโลราโด ซึ่งตอนนี้ได้มีการปรับปรุงโฉมใหม่ไม่เหลือคราบเดิมเลย แถมยังมีการพัฒนาต่อยอดส่วนที่ดีขึ้นไปอีกขั้น จนกลายเป็นตัวเลือกสำคัญของผู้ที่จะซื้อรถกระบะเลยทีเดียว

เรื่องที่ใครๆต้องยกให้โคโรราโด่ก็คือเรื่องเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ ที่เรียกว่าเป็นตำนานของเครื่องยนต์ก็ว่าได้ ซึ่งได้นำมาเป็นจุดเด่นเหมือนเดิม และใช้เครื่อง ดีเซลคอมมอนเรล เทอร์โบแปรผัน 4 สูบ 16วาล์ว มีการเพิ่มระบบต่างๆเข้ามาอีกมากมายทั้งเรื่องของ ระบบ Common Rail แบบหัวฉีด Direct Injection หรือ ระบบเทอร์โบแปรผัน ซึ่งเวลาเหยียบคันเร่งจะสร้างแรงม้าเพิ่มขึ้น เพราะมีคำสั่งส่งงานให้ปรับแรงดันไปหมุนใบพัด ตรงจุดนี้จะช่วยในเรื่องของการประหยัดน้ำมันแต่อัตราเร่งมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนในด้านความบันเทิง โคโรราโด่ก็พัฒนามาได้ไม่แพ้ใครเลย อัดเทคโนโลยี BYOM สั่งงานด้วยเสียงมาให้คุณไม่พลาดทุกความบันเทิง และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือเรื่องระบบความปลอดภัยที่เน้นให้ผู้ขับขี่ขับได้อย่างสบายใจแม้จะเหยียบเร็วขนาดไหนก็ยังเอาอยู่ นั่นคือ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (TCS), ระบบรองรับการเบรกกระทันหัน (PBA), ระบบสร้างสมดุลเบรกขณะโค้ง (CBC),  ระบบล็อคประตู ปิดล็อคทันทีที่เข้าเกียร์ เมื่อปลดเกียร์ว่างประตูจะปลดล๊อคให้ทันที ใครที่ชอบรถกะบะที่สมรรถนะเยี่ยมแบบนี้ห้ามพลาด โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 570,000 ไปจนถึง ราคา  998,000 บาท

วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2558

Ford Focus ประกาศศักดาอันดับ 1 ยอดขายทั่วโลก

เรื่องรถยนต์ดูเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าจับตามองในบ้านเรา เพราะมีหลายยี่ห้อ หลายรุ่นมาให้เลือกกันมากมาย ทำให้บางคนเกิดคำถามที่ว่าใครคือผู้นำยอดขายอันดับหนึ่งของวงการรถยนต์ทั่วโลกรถยนต์จากค่ายไหนและรุ่นไหนกันที่ขายดีซึ่งคำถามนี่ดูเหมือนจะได้รับคำตอบแล้ว

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น สถาบันวิจัย Polk แห่งสหรัฐฯที่เป็นสถาบันเรื่องการสำรวจข้อมูลที่น่าเชื่อถือคอยตามเก็บข้อมูล ได้ประกาศออกมาแล้วว่า รถยนต์ Ford Focus เป็นรถที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก

โดยทีมงานนั้นเริ่มเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน ของปี 2013 และสรุปยอดขาย 9 เดือนนั้นสามารถทำยอดขายได้ถึง 856,587 คัน และยังบอกอีกด้วยว่าเพียงแค่ในเฉพาะประเทศจีนเพียงประเทศเดียวก็ทำตลาดไปเกือบ 35 % หรือคิดเป็น 303,481 คัน ซึ่งถือว่าสูงมาก

โดยให้เหตุผลว่า รถยี่ห้อดังกล่าวมีรูปลักษณ์และฟังค์ชั่นพิเศษหรืออุปกรณ์มาตรฐานที่ออกแบบมาได้ถูกใจชาวจีนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมเสถียรภาพของรถหริอที่เรียกว่า ESP และจุดเด่นที่สำคัญ คือ ระบบเบรกที่ความเร็วต่ำ  Active City Stop ป้องกันรถไถลนั่นเอง และมีอัตราการเจริญเติบโตถึงร้อยละ 85 เมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่าน 

เมื่อ Ford ได้ยินเช่นนี้จึงไม่รอช้าที่จะออกมากล่าวย้ำข้อมูลให้กระแสแรงขึ้นไปอีกด้วยการบอกว่า “ยอดขายนี้น่าจะนำคู่แข่งที่ตามหลังมาเป็นอันดับสอง มากถึง 75,000 คัน ซึ่ง Ford จะเร่งเดินหน้าผลิตรถที่มีสมรรถนะให้เหมาะกับครอบครัวและเป็นรถขวัญใจมหาชนต่อไป งานนี้ต้องดูกันอีกยาวว่าพี่Ford จะเดินเกมต่อไปอย่างไร

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

เช็คสภาพรถอย่างไรหลังกลับจากเที่ยว


รถเป็นพาหนะสำคัญที่จะช่วยพาเราเดินทางไปเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ที่ต้องการไปนะครับ แต่เมื่อมีการใช้งานก็ย่อมมีความเสื่อมสภาพเกิดขึ้น ดังนั้นแล้วหลังจากกลับจากการเดินทางไกลจึงควรจะต้องตรวจสอบสภาพอยู่เสมอเพื่อทำการซ่อมบำรุงจุดที่สึกหรอครับ ดังนั้นแล้วเรามาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง 

ตรวจน้ำหล่อเย็น 
น้ำหล่อเย็นของเครื่องยนต์จะต้องเต็มตามขีดที่กำหนดอยู่เสมอนะครับ โดยตรวจสอบได้หลังจากที่ดับเครื่องจนเย็นแล้ว ถ้าหากคุณพบว่าระดับน้ำลดลงไปในปริมาณที่มากเกินไป อาจจะเกิดจากปัญหาอย่างไหนซักอย่างหนึ่ง ดังนั้นแล้วเอารถเข้าศูนย์ตรวจสอบได้เลยครับ 

ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง 
การตรวจน้ำมันเครื่องนั้นสามารถทำได้หลังจากคุณดับเครื่องไป 2 - 3 นาทีครับโดยเปิดฝากระโปรงรถแล้วดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมา ตรวจสอบว่าน้ำมันที่ติดอยู่กับก้านนั้นมีสีดำแล้วหรือยังโดยการเอาผ้าแห้งเช็ดที่ก้านแล้วดูสี จากนั้นเสียบกลับเข้าที่เดิม จากนั้นดึงก้านออกมาอีกรอบให้ดูระดับน้ำมันที่ปลายก้านวัดว่าอยู่ที่ F หรือ L ถ้าอยู่ระหว่างทั้งสองตัวอักษรแปลว่ายังปรกติดีอยู่ 

ตรวจระดับน้ำกลั่น 
ระดับน้ำกลั่นนั้นต้องอยู่ในตำแหน่ง Upper/Level นะครับไม่ควรเติมเกินนี้ เมื่อเติมแล้วก็ให้ปิดฝาให้แน่น จากนั้นกตรวจสอบแบตว่าต้องบนฐานมั่นคงดีหรือไม่ครับ 
ตรวจระดับน้ำมันเบรก 
น้ำมันเบรกสามารถตรวจสอบได้โดยดูที่กระปุกน้ำมันเบรกตรงคำว่า Min และ Max ซึ่งตามปรกติควรอยู่ที่ระดับ Max เสมอแต่ถ้าคุณพบว่าน้ำมันเบรกลดต่ำลง อาจจะมีสาเหตุมาจากการเสื่อมของผ้าเบรก หรือเกิดการรั่วของน้ำมันเบรก ให้รีบนำเข้าศูนย์เลยครับ       
ตรวจระดับน้ำมันคลัช 
สามารถตรวจสอบได้ที่กระปุกน้ำมันคลัชโดยจะมีคำว่า Max และ Min ระดับน้ำมันคลัชควรอยู่ที่ Max เสมอถ้าลดต่ำลงควรนำเข้าศูนย์ครับ      
ตรวจระดับน้ำมันเกียร์ Auto 
โดยดึงก้านวัดน้ำมันเกียร์ Auto ขึ้นมาดูครับ ระดับควรจะอยู่ที่ F ถึงจะแสดงว่าปรกติดี 

ตรวจระดับน้ำมัน Power 
การตรวจนี้ต้องตรวจตอนที่เครื่องติดอยู่ โดยหมุนฝาที่ปิดกระปุกน้ำมัน Power ออกแล้วดูที่ก้านวัดจะมีคำว่า Hot Cool อยู่คนละด้านกัน ถ้าวัดตอนเครื่องเย็นจะอยู่ที่ Cool ถ้าวัดตอนเครื่องร้อนจะอยู่ที่ Hot 

ตรวจห้องเครื่อง 
ให้ดูในห้องเครื่องว่ามีอะไรผิดสังเกตหรือไม่ เช่นมีรอยซึม มีรายคราบต่างๆ หรือไม่ สายไฟชำรุดหรือเปล่า น้ำมันเครื่องรั่วไหม ถ้าพบอาการผิดปรกติก็นำเข้าศูนย์ครับ 

ตรวขสอบยางรถ 
ตรวจสอบแรงดันของลมยางให้อยู่ในระดับที่ผู้ผลิตกำหนด โดยควรตรวจตอนยางยังร้อนๆ นอกจากนี้ยังต้องดูระดับการสึกหรอของหน้ายางด้วยครับ ถ้าสึกไม่สม่ำเสมอกันแสดงว่ายางมีความดันไม่พอดี หรือเอียงครับ